องก์ที่ 2
เรื่องของนที
วีดิโอคลิป
-1-
ที่จะได้อ่านต่อไปนี้โดยหลักๆจะเป็นบันทึกที่เขียนไว้ตั้งแต่ตอนนั้น อาจจะมีตกแต่งเพิ่มเติมบางเพื่อความอ่านง่าย และความเป็นหนังสือนิยาย บทสนทนาบางตอนที่ตอนนั้นผมไม่ได้บันทึกไว้ แต่มันอยู่ในลิ้นชักความทรงจำ ผมจะนำมาเรียบเรียงและใส่ไว้ในที่นี้ด้วย
3 มกราคม 2549
เมื่อวานที่ผ่านมาผมไม่ได้เขียนบันทึกเลย ผมได้แต่นอนอยู่เฉยๆ ช่วงนี้ผมปล่อยเนื้อปล่อยตัวมากๆ รู้สึกเหมือนว่าชีวิตไร้ค่า ไม่มีความหมาย แต่ก็ยังต้องดำเนินต่อไป ผมต้องอยู่เพื่อเป็นกำลังใจให้ลูกในวันที่ลูกกลับมา และผมสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่า ผมจะไม่ทำกับเธออย่างนั้นอีก...
วันนี้ผมไปที่ทำงาน ที่ทำงานของผมจริงๆก็เป็นทาวเฮาส์สามชั้นธรรมดาที่อยู่ในซอกหลืบของชานเมือง มันเหมาะที่จะเป็นที่กบดาน มั่วสุมของสิ่งที่ผิดกฎหมายทั้งหลายทั้งปวงเหมือนกับสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่
ห้องทำงานของผมอยู่ชั้นสอง ผมอยู่ห้องเดียวกับเสก ชายร่างอ้วนเอาแต่กิน ตอนที่ผมเดินขึ้นไปนั้นเขานั่งทำปกวีซีดีแผ่นใหม่อยู่ และก็เชื่อว่าด้านบนก็กำลังขมักเขม้นไรท์แผ่นอยู่เช่นเดียวกัน โต๊ะทำงานผมอยู่ลึกเข้าไปโต๊ะของเสก โดยมีชั้นหนังสือเป็นตัวแบ่งเขตในการทำงาน
ผมเริ่มงานของผม วันนี้มีหนังชุดใหม่ที่ผมต้องทำสกรีนช็อตมาแล้ว ตอนนี้มันวางอยู่ในซองน้ำตาลบนโต๊ะ เป็นแผ่นซีดีที่ยังไม่ได้สกรีนหน้าปก งานคราวนี้มีชื่อว่า คลิปหลุด 230 น่าจะเป็นคนละแผ่นกับที่เสกกำลังทำอยู่ อันนั้นน่าจะเป็นคลิปหลุด 229
“เฮ้ย... แผ่นใหม่เป็นไรวะ” มันถามผม
“คลิป...” ผมตอบสั้นๆ ห้วนๆ พร้อมกับยัดแผ่นใส่เครื่องหลังจากที่เปิดเครื่องเรียบร้อยแล้ว ผมโยนไฟล์ทั้งหมดลงมาในเครื่องก่อน เพื่อสะดวกในการทำงาน และผมจะต้องส่งแผ่นต้นฉบับนี้ขึ้นไปให้กอบมันไรท์ตามจำนวนที่เฮียสั่ง
“คลิปอีกแล้วเหรอ ...ทำไมเดี๋ยวนี้มันมีเยอะจังวะ ...พวกเฮียแม่งยิ้มเลยดิ ไม่ต้องเสี่ยงถ่ายเอง อยู่ดีๆก็มีคนถ่ายเอามาให้เสร็จ” จริงๆแล้วมันพูดไม่ค่อยชัดนะครับ เพราะมันเคี้ยวไปพูดไป ผมเองก็ไม่ได้ตอบอะไรไป มองแต่ชื่อไฟล์ที่กำลังโอนถ่ายจากแผ่นลงมาในเครื่อง คราวนี้มี เกือบ 200 คลิป
AAA 11 ….Clip 11 ….clip 15 ….น้องแจงใหม่ ....Rca …. Rca2
ไฟล์มันวิ่งของมันเป็นเรื่อยๆ
“เด็กสมัยนี้มันก็ใจกล้า ขยันถ่ายกันจังเลยเนอะ” เสียงมันลอยข้ามชั้นหนังสือมาอีก และยังคงพูดไม่หยุด
น้องก้อย....น้องนิด....น้องต่าย....น้องต่าย2....น้องต่าย3....น้องต่าย4....
“กูเคยคิดเล่นๆนะเว้ย ว่าถ้าวันนึงรับคลิปมาแล้วเป็นคนที่เรารู้จักเนี่ย สมมุติว่าเป็นเมียกูเงี๊ย กูจะทำไงวะ”
ผมคิดเห็นด้วยในใจในขณะที่สายตายังจ้องอยู่ที่รายชื่อไฟล์ คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าเป็นเราเราจะทำยังไง
น้องเจี๊ยบ....น้องเหมียว....น้องปีใหม่1....น้องปีใหม่2
ชื่อที่ผมคุ้นเคยมันเคลื่อนผ่านหน้าผมไปอย่างรวดเร็วแล้วผ่านไปยังชื่ออื่นๆ แต่สำหรับผม
น้องปีใหม่1....น้องปีใหม่2 ...น้องปีใหม่1...น้องปีใหม่2....น้องปีใหม่1....น้องปีใหม่2
ชื่อนี้มันเหมือนค้างนิ่งอยู่ตรงหน้าผม ใจของผมร่วงลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม มือเย็นเฉียบ รู้สึกหวิวๆในท้องอย่างบอกไม่ถูก คิดว่าได้ยินเสียงของเสกที่ยังพูดอยู่ไม่หยุด แต่ผมไม่รู้แล้วว่ามันพูดว่าอะไรเสียงมันกลางเป็นเหมือนเสียงแมลงหึ่งๆที่ฟังไม่รู้เรื่อง
ทันทีที่เครื่องเสร็จสิ้นการโยนไฟล์ ผมรีบเปิดโฟลเดอร์ หาไฟล์นั้นอย่างรวดเร็ว ไฟล์นั้นมี 2 ไฟล์ เป็นไฟล์นามสกุล เอวีไอ ไม่น่าจะถ่ายด้วยกล้องของโทรศัพท์มือถือ น่าจะเป็นกล้องวิดีโอ
ผมรีบคลิ๊กเปิดไฟล์นั้น มือของผมสั่นระรัวไปหมด หายใจติดขัด มันเป็นอาการที่บอกไม่ถูกจริงๆ ไฟล์นั่นเปิดออกมา ผมปั่นป่วนในช่องท้องมากขึ้น น้ำย่อยในกระเพาะเหมือนจะพยายามหาทางขึ้นมาตามหลอดอาหารและแทรกซึมออกมาในลำคอ...ภาพนั้น ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า คือภาพของปีใหม่ ปีใหม่ลูกสาวของผม ไม่น่าจะผิดแน่ๆ เธอกำลังร่วมรักอยู่กับใครบางคน ชายคนนั้นมีรอยสักรูปกงจักรอยู่ที่ต้นแขน มันกำลังโยกตัวอยู่บนตัวของลูกสาวผม
ผมเบือนหน้าออกจากภาพตรงหน้า น้ำตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว น้ำย่อยเปรี้ยวๆวิ่งขึ้นมาถึงโคนลิ้นของผมแล้ว....ผมเอามือปิดปากด้วยความพะอืดพะอม ผมกลับมาดูภาพในจอต่อภาพที่ถ่ายได้ มีการเปลี่ยนมุมมองตลอดเวลา นั่นก็แปลว่าน่าจะมีบุคคลที่สามอยู่ในการถ่ายทำวีดิโอนี้ ผมมองหน้าลูกสาวของผมอีกครั้ง เธอหลับตาพริ้มขณะที่ตัวของเธอสั่นสะท้านไปตามแรงโยกของอีกฝ่าย ภาพซูมเลื่อนลงมายังอวัยวะที่พึงสงวนของเธอ แล้วกลับไปที่หน้า หน้าที่ดูเหมือนเธอเต็มใจให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น
เธอรู้มั๊ยว่า วีดิโอที่เธอถ่ายกันอยู่นี้ กำลังจะออกสู่สายตาคนอื่น และมันจะแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เหมือนมะเร็งที่ต่อไปมันจะกัดกินจิตใจของตัวเอง
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไม ทำไม ถึงเป็นอย่างนี้ ผมบอกความรู้สึกตอนนั้นของผมไม่ได้เลย มันสับสนไปหมด ผมพยายามหายใจเข้ายาวๆ ทำใจให้เป็นปกติ ตั้งสติ ทำใจเย็นๆ ผมคิดอย่างเดียวว่า ผมต้องจัดการเรื่องนี้ ผมยอมให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้...
หลังจากที่ได้ดูคลิปนั่นแล้ว ผมรีบออกมาจากที่ทำงาน ผมต้องไปตามหาปีใหม่ แต่ว่า ผมจะเริ่มต้นยังไงดี ผมจะไปตามหาเธอที่ไหน ผมไรท์แผ่นซีดีแผ่นนั้นออกมาด้วยเผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง ระหว่างที่เดินผมคิดตลอดทางว่า ผมเองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้นอกจากกับลูกผมแล้ว ผมเป็นส่วนหนึ่งของวงจรอุบาตว์ชาติชั่วนี้ ผมเริ่มรู้สึกถึงความรู้สึกของพ่อแม่ของเด็กสาวคนอื่นๆที่มีภาพอยู่ในคลิปนรกพวกนี้ มันเคลื่อนย้ายตัวเองไปตามกระแสของเทคโนโลยีโดยมีตัณหาราคะของมนุษย์เป็นพาหะ ผมคิดได้อย่างนี้แล้วก็รู้สึกขยะแขยงตัวเองขึ้นมา ...
ผมหยุดพักที่ร้านขายของชำหน้าออฟฟิศ ผมพยายามสลัดเรื่องอื่นออกไปจากหัวแล้วกลับมาคิดว่าผมควรจะเริ่มต้นจากที่ไหนดี...
edit @ 27 Feb 2008 10:46:49 by foolmoonstudio