เรื่องสั้น time machine

posted on 03 Sep 2009 18:12 by foolmoonstudio in DIY

เรื่องสั้นTime machineเวลา ไม่ไหลกลับ9/3/2009 6:06:37 PM โดย เมษ ยิ้มสมบูรณ์ 

ท้องฟ้าคืนนี้ดูมืดหม่น เมฆสีคล้ำๆลอยต่ำบดบังดวงดาวที่อยู่เบื้องบนจนมิด ไม่เห็นกระทั่งแสงรำไร แต่เมื่อมองลงมาเบื้องล่างเรากลับเห็นแสงสว่างระยิบระยับของไฟจากตึกยามค่ำคืนในกรุงเทพมหานคร แทนแสงของดวงดาวยามค่ำคืน ต่างตรงที่แสงเหล่านี้ไม่ได้เคลื่อนหมุนไปตามฤดูกาลเหมือนดวงดาวที่อยู่ด้านบน ราวกับว่าเมืองนี้หยุดเวลาเอาไว้  หยุดไว้ที่เวลาที่เรียกว่าปัจจุบัน

 

...กระแสเวลาเคลื่อนไปอย่างมีกฏเกณฑ์  แต่ทว่า หลายคนก็พยายามจะทำลายกฏเกณฑ์นั้น หลายคนที่พยายามย้อนอดีตกลับไป ไม่รู้ว่าทำไมคนจึงขวนขวายที่จะเอาชนะกฏเกณฑ์ที่สร้างเราขึ้นมา  เหมือนกับชายคนนี้ ที่ตลอดเวลาเกือบหกปีที่ผ่านมา เขามุ่งมั่นกับการเอาชนะกระแสของเวลาอยู่เช่นเดียวกัน

 

เขาชื่อว่า ...เสรี

 

เสรี ชายไทยอายุราวๆ 32 ปี เขาเรียนจบทางด้านวิทยาศาสตร์มาโดยตรง เพื่อนร่วมรุ่นของเขาตอนนี้ต่างไปเป็นอาจารย์ หรือไม่ก็ไปเป็นที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์บริษัทใหญ่ๆ กันหมด เหลือเพียงแต่เขาคนเดียวที่ทุกวันเอาแต่นั่งอยู่ในคอนโด ง่วนอยู่กับอุปกรณ์ที่เขากำลังสร้าง อุปกรณ์ที่จะทำลายกฏเกณฑ์อีกหลายร้อยข้อของมนุษย์  และแน่นอนนั่นคือ เครื่องย้อนเวลา

 

เขาอยู่กับอุปกรณ์หน้าตาแปลกๆ เครื่องยนต์ คอมพิวเตอร์ และห้องๆนี้ มาเป็นเวลาหกปีแล้ว หากเขาทำสำเร็จ เขาตั้งใจจะย้อนเวลากลับไปเมื่อหกปีก่อน  

 

หกปีที่ทำให้เขาได้แรงบันดาลใจ 

 

หกปีที่ทำให้เขาต้องอยู่คนเดียว

 

หกปีที่แล้ว ปีที่เขาลืมไม่ลง

 หกปีก่อน... 

เสรีเป็นเด็กหนุ่มนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยทฤษฏีแปลกๆต่างๆมากมาย เขาเป็นคนที่สงสัยในทุกสิ่ง เป็นคนที่คิดทุกอย่างนอกกรอบ นอกกฏเกณฑ์ นั่นทำให้เขามีความโดดเด่น หลายครั้งที่โครงงานของเขาส่งประกวดในเวทีต่างๆ แล้วทำให้เขามีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

 

ครั้งหนึ่งเขาเคยได้ทุนเพื่อที่จะได้ไปศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในต่างประเทศ จริงๆไม่ใช่แห่งเดียว แต่มีหลายแห่งที่สนใจเขา  แต่เขากลับไม่สนใจ  เพราะว่าทางบ้านเขาค่อนข้างมีฐานะอยู่แล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเขาไม่ได้มีปัญหาขัดสนเหมือนกับคนอื่นๆ  เขาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องขวนขวายที่จะออกไปแสวงหาสิ่งใหม่ๆ  เขาเชื่อว่าทุกสิ่งท้าทายมันอยู่รอบตัวของเขานี่เอง  และอีกเหตุผลที่เขาไม่ไปต่างประเทศ ก็คือ... นริศรา ...หรือหนิง หญิงสาวที่เขาตั้งใจมาตลอดว่าจะให้เธอมาเป็นแม่ของลูก 

 

ผมไม่ต้องการจะไปห่างจากคุณ เสรีพูดที่โต๊ะอาหารในวันหนึ่ง ร้านนี้เป็นร้านอาหารเหนือที่อยู่ในกรุงเทพฯ เป็นร้านที่ตกแต่งออกเมืองเหนืออย่างแท้จริง เพราะว่าเจ้าของร้านก็เป็นคนเหนือโดยกำเนิด  เสียงเพลงเหนือแว่วมาตลอดเวลาของการสนทนา

 

ผมไม่รู้ว่าจะต้องไปทำไม ในเมื่อชีวิตของผมอยู่ที่นี่ เสรีพูดต่อหลังจากมองหน้าหนิง

ก็เพื่อความก้าวหน้าไงคะ เพื่ออนาคต

ที่รัก ...เสรียิ้ม

อนาคตของผมก็คือคุณไง ผมไม่ได้เป็นคนฟุ้งเฟ้อ งานเขียนวิจัยของผมก็ทำให้เรามีเงินเก็บเพิ่มขึ้น เงินทางบ้านของผมก็ไม่ได้ขาด  ...ผมไม่รู้ว่าผมจะไปแสวงหาอนาคตเหล่านั้นทำไม เสรีกระดกน้ำเข้าปากทีนึง หนิงมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ

คุณนี่เป็นคนแปลกนะ... มันเป็นอนาคตด้านหน้าที่การงาน ผู้ชายส่วนใหญ่ก็ต้องการความมั่นคงทางอาชีพไม่ใช่เหรอคะ

ไม่รู้สิ นทียักไหล่ ผมอาจจะเป็นคนส่วนน้อยล่ะมั๊ง เป็นคนส่วนน้อยที่ไม่เคยรู้สึกว่าเราต้องไปหาความมั่นคงจากชนชาติอื่น ดูรอบๆตัวสิหนิง

หนิงหันไปมองรอบตัว

บางทีผมว่าที่นี่ก็มีเรื่องมากมายที่เราต้องค้นคว้า เพื่อที่จะแก้ปัญหา มองไปบนถนน ผมก็สงสัยว่าเราจะทำอย่างไรให้รถยนต์วิ่งได้โดยไม่เกิดมลภาวะ ประหยัด หนิงยิ้ม

เขาคิดกันไปแล้วจ้า... ทั้งการใช้แก๊ส ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ คุณช้าไปหลายก้าวเลยนะ

เสรีมองออกไปที่รถ ถูกของคุณ ...มีคนทำมาแล้วทั้งนั้น ...แต่ทำยังไงให้คนได้ใช้กันทุกคน นั่นคือปัญหา ถ้ามีรถที่ขับได้ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จริง คนที่มีโอกาสใช้จะเป็นใคร ก็พวกคนรวยๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้รถด้วยซ้ำ อยากเจอใครก็เรียกให้เขาเข้ามาหาถึงที่ หนิงเริ่มขยับตัวตั้งใจฟัง แต่กับคนทั่วไป หรือคนจน ที่ต้องใช้รถในการดำเนินอาชีพ ชาวสวน ชาวไร่ ที่ต้องเอาวัตถุดิบไปขาย ที่ต้องใช้การขนส่ง คุณคิดว่าคนพวกนี้จะได้ใช้ในเร็ววันนี้เหรอ เสรีหยุดพูด นั่นแหละความคิดผม ...ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อคนที่อยู่ใกล้ตัว เพื่อพี่น้องของเราเอง ไม่ได้ใช้ไปเพื่อ ชื่อเสียง และความมั่นคง

 

หนิงยิ้มกว้างเธอมองใบหน้าของเสรี ที่ตอนนี้ต้องกับแสงไฟสีเหลืองดูอบอุ่นและทำให้แววตาของเขาดูอ่อนโยน

 

คุณมีตัวตนอยู่จริงๆเหรอเนี่ย ... หนิงพูดขึ้นเหมือนพูดขึ้นลอยๆ คนประหลาด นี่แหละคือเหตุผลที่ฉันรักคุณล่ะ

เสรียิ้ม แล้วก้มลงทานอาหารตรงหน้าแก้เขิน 

 

นั่นเป็นครั้งหนึ่งของการสนทนาของเสรี ที่ทำให้เรารู้สึกได้ถึงความแปลกในตัวของผู้ชายคนนี้  เขายังคงทำงานวิจัยของเขาต่อไปเรื่อยๆ โดยหวังว่าซักวันเขาจะสร้างคุณภาพชีวิตดีดีให้กับคนไทย  ผลงานของเขาในช่วงนั้นก็เป็นผลงานที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรซะส่วนมาก ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดศัตรูพืชโดยใช้สิ่งมีชีวิตด้วยกัน  การสกัดน้ำมันจากพืชต่างๆ โดยการคิดค้นวิธีทำอุปกรณ์ราคาถูก จนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่เขาเปลี่ยนวิถีชีวิตไปตลอดกาล

วันนั้นเป็นวันที่ฟ้าครึ้มเหมือนกับวันนี้  เวลาช่วงเย็นแสงสีในเมืองหม่นๆ แสงสีจากตึกรามบ้านช่องก็ดูหม่นไปด้วยเหมือนเป็นลางบอกเหตุอะไรบางอย่าง ตอนนั้นเสรีกำลังนั่งง่วนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์  อีกสองชั่วโมงเขากำลังจะมีนัดกับหนิง  เป็นนัดที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา

 

กล่องกำมะหยี่สีแดงสดขนาดกระทัดรัดวางอยู่ข้างมือของเขาที่กำลังจับเมาส์อยู่ มองปราดเดียวก็รู้ว่ามันคือกล่องใส่เครื่องประดับ  แหวนเพชรราคาไม่ต่ำกว่าแสนนอนนิ่งอยู่ในกล่อง รอเวลาที่คนเปิดออกและสะท้อนแสงน้ำงามเข้าสู่สายตาของผู้ที่ได้รับ

 

เสรีจินตนาการถึงหนิง เวลาเธอเปิดกล่องใบนี้ออกมา เขาไม่แน่ใจว่าเธอจะทำหน้าอย่างไร  เธอรอวันนี้เหมือนเขารึเปล่า เธอจะตื้นตัน ดีใจ หรือจะเป็นคำตอบว่าเธอยังไม่พร้อม อีกหนึ่งชั่วโมงเขาจะได้รับคำตอบ เขารู้สึกว่ามันตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนที่เขาทดลองทางวิทยาศาสตร์สำเร็จซะอีก ...

 

แต่ในขณะที่เขาคิดเรื่องนี้อยู่เพลินๆ โปรแกรมที่เขาเปิดให้คำนวนหลักการลดอัตราการใช้น้ำมันบนยานพาหนะ กลับส่งเสียงออกมาเสียงนั้นเป็นเสียงเตือนว่าผลการคำนวนเสร็จสิ้นแล้ว เขาละสายตาจากกล่องแหวนมาที่จอคอม  สิ่งที่ปรากฏทำให้เขาต้องตาโต สิ่งที่เขาค้นหามานานมีคำตอบ คำตอบนั้นอยู่ตรงหน้า คำตอบที่จะทำให้ยานพาหนะทั้งโลกวิ่งได้โดยไม่ต้องอาศั